ขอคำแนะนำเว็บสองภาษา ระหว่าง folder & sub domain

หน้าแรก ฟอรั่ม ถามปัญหาการทำเว็บด้วยเวิร์ดเพรส ขอคำแนะนำเว็บสองภาษา ระหว่าง folder & sub domain

ติดป้ายกำกับ: , , ,

กำลังดู 9 ความเห็น
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
    • #20720
      archercnx
      Participant

      คำถามนี้อาจจะนอกเรื่องของ Seed Kit นิดนึงครับ ผมเคยเห็นมีถามมาบ้าง แต่ผมยังหาข้อสรุปไม่ได้จึงขอสอบถามและ

      ขอช่วยแนะนำในการทำเว็บ 2 ภาษา โดยแยกเนื้อหาแต่ละภาษาออกจากกันคือ

      1.แยก folder แล้วใช้ wordpress ทำ multii site เช่น http://www.abcd.com , http://www.abcd.com/th

      2.ทำ sub domain เช่น http://www.abcd.com , http://www.th.abcd.com

      ทั้งสองแบบนี้มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง และควรจะทำแบบใหนดีกว่า หรือมีวิธีอื่นที่ดีกว่า 2 แบบนี้ ช่วยชี้แนะด้วยครับ

       

    • #20725
      Facebook Profile photoMenn
      Keymaster

      เดี๋ยวผมขอสรุปก่อนว่า เว็บหลายภาษา มีแนวทางการทำแบบไหนบ้างนะครับ

      1. แบบบ้านสุดๆ ทำคนละเว็บ ลง WordPress คนละตัว

      มองเป็นคนละเว็บไซต์ตั้งแต่แรก

      ข้อดี

      • มันคนละเว็บ แยกเนื้อหาได้เต็มที่ ต่อให้ปริมาณหน้าไม่เท่ากัน ชื่อเมนูยาวไม่เท่ากัน ก็ไม่มีปัญหา แบนเนอร์จะทำแยกภาษาก็ง่าย
      • กลุ่มเป้าหมายคนละกลุ่ม บริหารสมาชิกคนละแบบได้ง่าย เช่น โปรโมชั่นของร้าน บางอย่างเหมาะกับส่งให้คนไทย บางอย่างเหมาะกับลูกค้าฝรั่ง ถ้าทำคนละเว็บ แยกระบบ mailing list ไว้ ก็บริหารง่าย

      ข้อเสีย

      • การสลับภาษา จะชี้ไปที่ “หน้าแรกของอีกภาษา” ไม่ใช่ “หน้านั้นๆ ในอีกภาษา” ดูไม่ค่อยเท่นัก
      • การอัพเดทธีม/แก้ไขโครงสร้างเว็บ ถ้ามีการแก้ไขเยอะ บ่อย จะวุ่น เพราะมันต้องไล่แก้ 2 เว็บ

      2. ใช้ WordPress Multisite เพื่อจะได้ลดปัญหาการอัพเดทธีม

      แบบนี้คือลงเวิร์ดเพรส 1 ตัว สั่งให้รองรับหลายเว็บไซต์ (ในแต่ละภาษา) ใช้ธีมและปลั๊กอินร่วมกันได้เลย

      ข้อดี

      • เหมือนข้อ 1. เพราะมันทำแยกเว็บอยู่ดี แต่ใช้ธีมกับแกนหลักของ WordPress ร่วมกัน
      • เลยทำให้มีข้อดีเพิ่มที่ว่า เวลาอัพเดทธีมและปลั๊กอินต่างๆ ไม่ต้องทำซ้ำซ้อน

      ข้อเสีย

      • ยังมีข้อเสียเรื่องการสลับภาษาที่ไม่เท่อยู่ ก็มันแยกเว็บกันนี่นา
      • ส่วนการใช้ Multisite ข้อเสียก็คือ ปลั๊กอินจำนวนมากไม่รองรับ Multisite (มันเขียนยากกว่า) ถ้าเราปรับแต่งเยอะอาจจะไม่รอด
      • กับ Multisite นั้นกินทรัพยากรมากกว่า และเวลาพัง พังทุกภาษา ถ้าคนเข้าเยอะมากๆ จัดการไม่ดี Server จะล่มง่ายกว่า

      เพิ่มเติม: 26 ก.ย. น้องเตยแชร์ ลิงก์ Multisite Language Switcher มาให้ มันเชื่อมทั้งหน้าเว็บ/taxonomy หมดเลย งานละเอียดมาก 😀

      3. ใช้ปลั๊กอินช่วยในการแยกแต่ละภาษา

      ข้อดี

      • ระบบทุกอย่างรวมในเว็บเดียว เวลาแก้ แก้ที่เดียว อัพเดทระบบที่เดียว
      • เว็บแต่ละหน้า สามารถคลิกไปอีกภาษาในเนื้อหาเดียวกันได้ (เท่ดี แต่สถิติที่เจอ คนไม่ค่อยคลิกตรงนี้เท่าไหร่)
      • ถ้าเนื้อหามีทีมงานดูแลได้เท่ากันทุกภาษาอยู่แล้ว การมีปลั๊กอินจะช่วยให้บริหารง่ายขึ้น เช็คหน้าที่ขาดในภาษาอื่นๆ ง่ายขึ้น

      ข้อเสีย

      • ถ้าเนื้อหาแต่ละภาษาไม่เท่ากัน ดูแลเหนื่อยยากลำบากยิ่งนัก – ผมทำเว็บมาสิบกว่าปี แทบไม่เจอลูกค้าที่มีเนื้อหาแต่ละภาษาพร้อมและเท่ากันเลย ซึ่งทำให้การแสดงผลแต่ละจุดมีปัญหามาก เช่นมีแบนเนอร์ภาษาไทย ไม่มีภาษาอังกฤษและจีน, มีข่าวภาษาจีน แต่ไม่มีคนแปลเป็นไทยและอังกฤษ, ชื่อของเมนูที่ยาวไม่เท่ากัน (ทำให้กระทบดีไซน์) ฯลฯ ทำให้งานไม่จบ และคนดูแลถ้าไม่ดีพอ ก็จะปล่อยเนื้อหาแต่ละภาษาปนกันไปหมด
      • เนื้อหาที่บอก ยังรวมไปถึงข้อมูลสินค้า / การจัดกลุ่มสมาชิก / แบบฟอร์ม / อีเมลอัตโนมัติที่ส่งให้สมาชิก และอีกมาก
      • ปลั๊กอินหลายตัวไม่รองรับระบบหลายภาษา
      • ระบบทำงานหนักกว่าแยกเว็บ เนื่องจากต้องคอยเช็คตลอดว่าขณะนั้นอยู่ในภาษาอะไร ทำให้มักจะแสดงผลช้ากว่า

      ทีนี้ ถ้าเลือกข้อ 3. ควรใช้ปลั๊กอินอะไรดี?

      ที่ดังๆ และผมเคยใช้ มี 3 ตัว คือ

      3.1 WPML เป็นตัวเสียตังค์ แต่มาตรฐานที่สุด ปลั๊กอินต่างๆ รองรับเยอะมาก ถ้าต้องเลือกใช้ปลั๊กอิน ผมว่าใช้ตัวนี้ดีสุด

      3.2 PolyLang เป็นตัวฟรีที่ดังสุดๆ ข้อเสียคือ ตัวฟรีตั้งค่า slug (url) ให้เหมือนกันในแต่ละภาษาไม่ได้ เช่น จะมีหน้า /en/about/ กับหน้า /th/about/ แบบนี้ไม่ได้ รวมถึงชื่อหมวดหมู่, แท็ก, หมวดสินค้า, ยี่ห้อ ฯลฯ ถ้าอยากตั้งเหมือนกันได้ต้องใช้ตัวเสียตังค์ ซึ่งแพงกว่าข้อ 3.1

      3.3 qTranslate X เป็นตัวฟรีที่ดีพอควร สามารถตั้ง slug ชื่อเดียวกันได้ แต่ข้อเสียคือ “ห้ามยกเลิกระบบหลายภาษา” ถ้าเปลี่ยนใจทีหลัง ข้อมูลขยะจะอยู่เต็มเนื้อหาเลย >_<

      ข้อ 3.2 กับ 3.3 มีปลั๊กอินรองรับน้อยกว่า 3.1 มาก ดังนั้นถ้าจะใช้ ควรเช็คก่อนว่าปลั๊กอินอื่นๆ ของเรารองรับหรือเปล่า

      แล้วควรใช้ abc.com/th หรือ th.abc.com ดีกว่า?

      ไม่ว่าเราจะเลือกข้อ 1,2 หรือ 3 เราสามารถตั้งค่าให้เป็น folder (abc.com/th) หรือเป็น subdomain (th.abc.com) ได้ทั้งนั้นนะครับ ส่วนการจะเลือกว่าแบบไหนดี ก็มักจะแล้วแต่แนวทางการบริหาร

      • ตั้งเป็น Folder: เหมาะกับองค์กรขนาดเล็ก คนบริหารน้อย เพราะมักจะอยู่ server เดียวกัน ใช้ทรัพยากรร่วมกัน รับผิดชอบอันดับ Google ร่วมกัน
      • ตั้งเป็น Subdomain: เหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่ คนบริหารแยกกัน ตั้งค่าอีเมลแยกกันได้ (เช่น [email protected] เป็นคนละบัญชีกับ [email protected]) แยก server กันได้ง่ายกว่า การติดอันดับอันดับ Google ไม่เกี่ยวกันมาก

      SeedThemes เอง เลือก วิธีที่ 1 คือทำแยกเว็บไปเลย เพราะเรามองว่ากลุ่มเป้าหมายต่างกัน เนื้อหาต่างกัน และต้องการประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนชื่อโดเมน ใช้แบบ Subdomain เพราะต้องการแยก Server ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายครับ

      ปล. เนื่องจากคำตอบนี้ คงได้เอาไว้อ้างอิงอีกพอควร ขอย้ายกระทู้ไปห้องที่ทุกคนสามารถเห็นได้นะครับ 🙂

    • #20745
      archercnx
      Participant

      คุณ Menn ตอบคำถามได้กระจ่าง ทำให้ผมตาสว่างขึ้นอีกเยอะครับ

      ผมเองทำเว็บร้านค้าเล็กๆ ใช้ woocommerce โดยการทำ Multisite และแยก folder ขณะทำไปก็กังวลว่ามาถูกทางหรือยัง พอได้คำแนะนำแบบนี้แล้วก็ เดินหน้าแนวทางนี้ต่อไปก่อน แล้วค่อยไปเปลี่ยนเป็นแยก Subdomain ในอนาคต  จะได้แก้ปัญหาเรื่องพัง ซึ่งเคยเจอมาครั้งหนึ่งแล้ว ต้องแก้เยอะมาก

      อยู่ในห้องนี้ดีที่จะได้เห็นกันทุกคน และคำตอบมีรายละเอียดดีครับ

      ขอบคุณ คุณ Menn มากครับ

      • #20776
        Facebook Profile photoMenn
        Keymaster

        ยินดีคร้าบ มาแบ่งปันความรู้กันครับ 🙂

    • #40523
      taciosofttaciosoft
      Participant

      กำลังวิตกกังวลเรื่องนี้อยู่พอดี อ่านเจอกระทู้นี้ กระจ่างเลยว่า seed kit ที่มีจะต่อยอดยังไง

    • #44811
      Facebook Profile photoลุงเจน
      Participant

      กำลังคิดจะทำหลายภาษา ขอบคุณ พี่เม่น ที่ชี้แนะแนวทางครับ

    • #85233
      sthompho
      Participant

      สอบถามครับ

      ถ้าทำแบบ folder ต้องลง wordpress อีกไหมครับ

      เช่น

      ส่วนภาษาอังกฤษ

      … httpdocs/wordpress/en

      ส่วนภาษาไทย

      … httpdocs/wordpress/th

    • #85282
      Facebook Profile photoMenn
      Keymaster

      การเห็น url เป็น folder คือ /th, /en เราสามารถลง WordPress 1 ตัว แล้วใช้ปลั๊กอินระบบหลายภาษาตั้งค่าแบบนี้ได้ครับ

      หรือจะลง WordPress 2 ตัว ในคนละ folder ก็ ก็ได้เช่นกันครับ

      ดังนั้น คำตอบคือ จะลงหนึ่งหรือสองตัวก็ได้ครับ

    • #85407
      Facebook Profile photoAmnuay
      Participant

      แยกเว็บเลยจะดีกว่าอะครับผมว่า

    • #85539
      sthompho
      Participant

      ตอนแรก install wordpress ในหน้า httpdocs ได้ปกติครับ

      แต่มีปัญหาตอน install ในอีก folder นะครับ

      /httpdocs/en/wp-admin/install.php

      มีข้อความแจ้งว่า

      You appear to have already installed WordPress. To reinstall please clear your old database tables first.

      แบบนี้เราต้องสร้าง DB อีกลูกใช่ไหมครับ เพราะตอนนี้มี DB แค่ลูกเดียวครับ

       

      • #86558
        Facebook Profile photoMenn
        Keymaster

        สร้าง DB คนละอันก็ได้ครับ

        หรือใช้คนละ prefix ก็ได้เช่นกัน

        ตอนติดตั้ง ค่าที่เป็น wp_ ก็เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นครับ เช่น s1_ กับ s2_ อะไรแบบนี้ครับ

    • #86923
      sthompho
      Participant

      ลง widgets ค้นหา ใน เว็บ ภาษาอังกฤษ ไม่ทราบเปลี่ยนเป็นคำว่า search  อย่างไรครับ

      • #86924
        Facebook Profile photoMenn
        Keymaster

        เอ อันนี้ถ้าหลังบ้านเลือกเว็บไซต์เป็นภาษาอังกฤษ ก็น่าจะไม่มีปัญหาแล้วนะครับ? หลังบ้านตอนนี้เป็นภาษาไทยหรอครับ?

กำลังดู 9 ความเห็น

  • คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้
Copyright © 2016-2019. All rights reserved.