ธีม: Seed

ธีม Seed สามารถดาวน์โหลดได้ที่หน้า สมาชิก นะครับ สามารถนำไปใช้ได้ 2 แนวทางคือ

1. ใช้เป็นธีมเอนกประสงค์ สำหรับผู้ใช้ทั่วไป

เราสามารถลงธีม Seed แล้วใช้สร้างเว็บได้ทันทีหลากหลายรูปแบบ (เรียกว่า ธีมเอนกประสงค์ หรือ Multi-Purpose Theme) ที่เราสามารถสร้างได้หลายแบบนั้น เพราะใช้ความสามารถของปลั๊กอิน Page Builder ซึ่งมีหลายตัว ในบทเรียนจะแนะนำ SiteOrigin เป็นหลัก เนื่องจากประสิทธิภาพดีมาก ใช้งานไม่ยากนัก และไม่มีค่าใช้จ่าย

ตัวอย่างการนำ Seed ไปสร้างเว็บ เช่น Demo-Seed-1 ซึ่งเป็นแนวเว็บองค์กร รองรับระบบร้านค้าออนไลน์ สามารถดาวน์โหลดไฟล์ทั้งเว็บไซต์ ไป unzip แล้ว import เข้าเว็บทดสอบได้ (โดยใช้ปลั๊กอิน All-in-One WP Migration ที่สอนในบทเรียนที่ 2)

2. ใช้ปรับแต่งเพื่อสร้างเว็บหรือสร้างธีม สำหรับนักพัฒนา

มีแนวทางปรับแต่ง 2 แบบคือ

2.1 ให้ Seed เป็นธีมเริ่มต้น (Starter Theme) แก้โค้ดไปเลย ไม่ต้อง update ภายหลัง

เนื่องจากธีมเป็นแค่คำสั่งของ WordPress ที่ไม่มีฟังก์ชั่นอื่น จึงไม่เคยมีปัญหาด้านความปลอดภัย และไม่ต้อง update (เหมือนที่เราไม่จำเป็นต้อง update Boostrap 2 เป็น Boostrap 3 ก็สามารถใช้งานได้ และบางครั้ง ถ้าอัพเดท เว็บอาจจะพังด้วย) ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับธึมเริ่มต้น Underscore ของทีมงาน WordPress เอง

โค้ดที่จะ update จึงจะมีแค่ในโฟลเดอร์ /vendor/ ซึ่งเป็นโค้ดที่เอามาจากเว็บอื่นๆ เช่น Bootstrap, FontAwesome ฯลฯ

ข้อดีของวิธีนี้คือ ไม่ต้องกลัวเรื่องโค้ดใหม่ๆ จะมาตีกับโค้ดเดิมที่ทำไว้ดีแล้ว ถ้าจะทำเว็บใหม่อีก 3-5 ปีข้างหน้า ก็เริ่มโดยใช้ Seed ตัวใหม่ไปเลย

ส่วนข้อเสียคือ จะไม่ได้ฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่เพิ่มมาในธีม Seed

2.2 ให้ Seed เป็นธีมแม่  (Parent Theme) แล้วสร้างธีมลูก (Child Theme) แยกต่างหาก

สำหรับคนที่เอาไปแก้ต่อไม่เยอะนัก อยาก update ธีม Seed ไปเรื่อยๆ เพื่อจะได้ฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ออกมา วิธีการที่มาตรฐานที่สุดคือสร้างธีมลูก (Child Theme) ขึ้นมา แล้วแก้โค้ดในธีมลูกแทน แนะนำให้โหลดธีม Berry ไปเปลี่ยนเป็นชื่อธีมของตนเอง แล้วแก้ CSS หรือสร้างไฟล์ต่างๆ ที่ต้องการ Override ได้เลยครับ